ได้ฤกษ์อัพบล๊อคค่าาา แต่อันนี้เป็นบทความส่งอาจารย์ ภาษาอาจจะทางการไปนิส อิอิ
วันหนึ่งในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ฉันมีความจำเป็นได้ใช้บริการรถตู้โดยสารประจำทางสายหนึ่งคือสาย เคหะธนบุรี –
ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ซึ่งปกติมักต้องรอนานเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าผู้โดยสารจะเต็ม
รถจึงจะออก แต่ครั้งนี้เหมือนโชคเข้าข้าง ฉันเป็นผู้โดยสารคนสุดท้ายพอดี รถจึงออกวิ่งทันทีที่ฉันนั่งที่เรียบร้อย
วิ่งตรงสู่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง
เหลือบไปเห็นคนขับ เป็นชายหนุ่มวัยกลางคน
อายุประมาณ 40 ปี ผิวคล้ำ รูปร่างล่ำ-สัน สวมแว่นกันแดด สวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีน
ท่าทางบ่งบอกอารมณ์เป็นสุขดีที่ได้ออกรถเสียที โดยรวมก็ไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากชายหนุ่มวัยกลางคนที่มีอาชีพขับรถโดยสาร
รถตู้ฯ เดินทางจากถนนพระราม 2
มาถึงสี่แยกสามย่านอย่างรวดเร็วภายในเวลา 20
นาทีเพราะใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครสายดาวคะนอง – หัวลำโพง ฉันรู้สึกยินดีมากที่ครั้งนี้จะไปถึงเร็วกว่าเวลานัดหมาย
เพียงแค่เลี้ยวซ้ายผ่านสี่แยกนี้ไปได้ก็เป็นอันว่าใกล้ถึงที่หมาย
ติดอยู่ตรงที่ช่องทางผ่านตลอดด้านซ้ายนั้นมีรถแท็กซี่ที่จอดติดสัญญาณไฟแดงขวางกั้นอยู่
เหลือเพียงช่องแคบขนาดไม่ถึงสองเมตรให้รถผ่านไปได้เท่านั้น
คนขับรถตู้ฯ บีบแตรอยู่หลายครั้ง
รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเปิดช่องทางให้กว้างขึ้นอีกสักเล็กน้อยเพื่อให้รถคันอื่นผ่านไปได้
คนขับรถตู้จึงตัดสินใจพยายามขับผ่านช่องทางเมตรกว่าๆ นั้นไปอย่างทุลักทุเล
ฉันได้แต่นึกลุ้นอยู่ในใจว่าจะพ้นไหม เหตุใดคนขับจึงไม่จอดรอสัญญาณไฟเขียว
ให้รถแท็กซี่เดินหน้าไปได้ก่อนเพื่อจะได้ขับผ่านได้สะดวก อาจเป็นเพราะจะทำให้รถที่ตามมาด้านหลังต้องหยุดรอตาม
หรืออาจเพราะความใจร้อนของคนขับก็ไม่ทราบได้ แต่ฉันก็ได้แต่นึกโกรธรถแท็กซี่อยู่ในใจเล็กน้อยว่าไม่มีน้ำใจช่วยขยับรถเดินหน้าให้สักนิดหนึ่งเลยหรือ
จนเมื่อขับเกือบพ้นมาได้แล้ว
ก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ด้านหน้ารถแท็กซี่อีกทีหนึ่ง
ทำให้แท็กซี่ไม่สามารถขยับรถเดินหน้าได้ คนขับจึงได้เปิดกระจกรถ
และตะโกนบอกคนขับรถจักรยานยนต์ด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง เล็กน้อยว่า “มอเตอร์ไซค์
ช่วยขยับเดินหน้าให้หน่อยไม่ได้หรือ” คนขับรถจักรยานยนต์จึงขยับให้ทำให้รถตู้ฯ
ขับผ่านไปได้ แต่ก่อนหน้านั้นฉันไม่ได้ยินว่าคนขับรถจักรยานยนต์ตอบมาว่าอะไร แต่คนขับรถตู้ฯ
ตะโกนสวนกลับไปอีกครั้งว่า “ถ้าร้อนทำไมไม่ไปซื้อรถเก๋งมาขับ”
เป็นแค่ประโยคเชิงแนะนำธรรมดาๆ แต่ทำไมหลังจากที่ได้ยินกลับทำให้ฉันถึงกับสะอึก
และเกิดอารมณ์สงสัยปนขุ่นเคืองขึ้นในใจ
เหตุใดคนขับรถตู้ฯ จึงต้องตะโกนตอบไปเช่นนั้น ถ้าให้ลองเดา
คนขับรถจักรยานยนต์น่าจะพูดว่า “ก็มันร้อน ขอจอดหลบแดดหน่อย” อะไรทำนองนั้น
ฉันจึงได้แต่นั่งครุ่นคิดว่าทำไมฉันถึงรู้สึกโกรธเคืองแทนคนขับรถจักรยานยนต์ขึ้นมา
เพียงแค่คำพูดประโยคเดียวที่แม้จะเป็นความจริงว่า ถ้าไม่อยากร้อนก็ควรไปซื้อรถยนต์มาขับ
หรือฉันจะอารมณ์อ่อนไหวและคิดมากจนเกินไป จึงทำให้รู้สึกว่าประโยคดังกล่าวให้ความรู้สึกดูถูกดูแคลนผู้อื่นเสียเหลือเกิน
เพราะอาจตีความไปได้ว่าคนอื่นเขาขับรถยนต์กันหมดแล้ว
เหตุใดจึงยังทนร้อนขับรถจักรยานยนต์อยู่
แม้ฉันจะเห็นด้วยกับคนขับรถตู้ฯ ในทีแรกว่าทำไมไม่ช่วยขยับรถให้
แต่ฉันก็ไม่สามารถเห็นด้วยกับคำพูดเสียดสีที่ให้ซื้อรถยนต์มาขับได้ ถ้าเพียงคนขับรถจักรยานยนต์เองก็อาจจะอยากมีรถยนต์ขับสบายๆ
บ้าง แต่อับจนหนทางที่จะได้มาล่ะ เขาจะต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาบ้างหรือไม่
ถ้าไม่ได้คิดอะไรก็อาจดีไป แต่ถ้าเกิดคิดก็คงเกิดรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาไม่มากก็น้อย
เพราะแม้แต่ฉันที่เป็นแค่คนฟังก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงในใจว่า
เพียงแค่ขับรถจักรยานยนต์และรู้สึกร้อน
ก็ไม่มีสิทธิ์จะจอดเพื่อหลบแดดสักหน่อยเลยหรือ ต้องขับรถยนต์เท่านั้นจึงจะเป็นฝ่ายที่ได้รับสิทธิ์ในการใช้ถนนอย่างสะดวกสบาย
และดูแคลนคนที่ด้อยกว่าได้อย่างนั้นหรือ
แค่คำพูดเหมือนจะธรรมดาๆ บางประโยคที่หลุดออกจากปาก
ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา เพียงเพื่อจะทำให้ตนเองเป็นฝ่ายถูกหรือทำให้ผู้พูดรู้สึกดีขึ้น
บางครั้งก็อาจเป็นการสร้างบาดแผลขึ้นในจิตใจ หรือเปลี่ยนทัศนะคติของผู้ฟังต่อสิ่งที่เคยภูมิใจ
หรือตอกย้ำปมด้อยในใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็ได้
ซึ่งบางครั้งผลลัพธ์อาจเลวร้ายเกินกว่าที่ผู้พูดคาดคิด เช่น อาจเกิดการทะเลาะวิวาท
หรือก่ออาชญากรรม ทำร้ายร่างกายทั้งต่อผู้อื่นและตัวเองก็เป็นได้
ความรู้สึกขุ่นเคืองจากเหตุการณ์เช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้นถ้าฝ่ายคนขับรถตู้ฯ
ใจเย็นลงสักนิด ให้สิทธิ์รถจักรยนต์ในการใช้ถนนที่เท่าเทียมกัน
และไม่คิดว่าตนเองเหนือกว่าหรือสำคัญกว่า หรือฝ่ายรถจักรยานยนต์เองก็ต้องระวังไม่ให้การใช้สิทธิ์ของตนเองไปเป็นอุปสรรคต่อผู้อื่น
แม้จะเป็นเพียงการพูดโต้เถียงกันธรรมดาระหว่างผู้ใช้รถใช้ถนนที่มักเกิดขึ้นได้เป็นประจำ
เป็นแค่เรื่องเล็กที่ไม่น่าเก็บมาใส่ใจ แต่เพราะเรื่องเล็กๆ เหล่านี้มิใช่หรือ
ที่จะบ่งบอกระดับความใส่ใจ และความละเอียดอ่อนของคนได้เป็นอย่างดี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น